High Voltageเผยแพร่: 2026-06-11 | ⏱️ เวลาอ่าน ~3 นาที | โดย ทีมวิศวกรไฟฟ้า WIN TECH SERVICE

การศึกษาคำนวณการประสานงานของรีเลย์ป้องกัน (Protection Relay Coordination)

Protective Relay Coordination Study for High Voltage Networks

ภาพจำลองตัวอย่างเพื่อประกอบการอธิบาย: การศึกษาคำนวณการประสานงานของรีเลย์ป้องกัน (Protection Relay Coordination)
High Voltage
STD-SPEC #577
📷 ภาพจำลองตัวอย่างเพื่อประกอบการอธิบาย#protecti
* ภาพประกอบบทความนี้เป็นภาพจำลองเชิงวิศวกรรมเพื่อสร้างความเข้าใจ (Conceptual Illustration)

📌 สรุปสาระสำคัญ (Executive Summary)

การตั้งค่าเส้นโค้งกราฟหน่วงเวลาของรีเลย์กระแสเกินและรีเลย์ลงดิน เพื่อตัดเฉพาะจุดเกิดเหตุไม่ให้ไฟดับลามทั้งโรงงาน

1. การประสานงานรีเลย์ป้องกันคืออะไร และสำคัญอย่างไร

การประสานงานรีเลย์ป้องกัน (Protection Coordination) คือการตั้งค่ารีเลย์และอุปกรณ์ป้องกันทุกตัวในระบบให้ทำงานอย่างเป็นลำดับชั้น เมื่อเกิดฟอลต์ อุปกรณ์ป้องกันที่อยู่ใกล้จุดเกิดเหตุที่สุดต้องตัดวงจรก่อน โดยอุปกรณ์ต้นทางทำหน้าที่เป็นแนวป้องกันสำรอง (backup) ที่จะทำงานก็ต่อเมื่อแนวหน้าล้มเหลว หลักการนี้เรียกว่า selectivity ซึ่งทำให้ไฟดับจำกัดวงแคบที่สุด แทนที่ฟอลต์ในสายป้อนย่อยสายเดียวจะลามไปดับทั้งโรงงานเพราะเบรกเกอร์ต้นทางปลดตัดหน้า

ระบบที่ไม่เคยทำการศึกษาการประสานงาน หรือทำไว้นานแล้วแต่มีการขยายโหลดและเปลี่ยนอุปกรณ์ภายหลัง มักแสดงอาการเป็นเหตุการณ์ "ไฟดับทั้งระบบจากปัญหาเล็ก" หรือกลับกันคือรีเลย์ไม่ทำงานเลยจนอุปกรณ์เสียหายหนัก การศึกษาการประสานงานจึงไม่ใช่งานทำครั้งเดียวจบ แต่ต้องทบทวนทุกครั้งที่ระบบเปลี่ยนแปลงอย่างมีนัยสำคัญ เช่น เพิ่มหม้อแปลง เปลี่ยนเบรกเกอร์ หรือค่ากระแสลัดวงจรจากการไฟฟ้าต้นทางเปลี่ยนไป

2. ฟังก์ชันป้องกันหลักและมาตรฐานที่ใช้อ้างอิง

ฟังก์ชันพื้นฐานของระบบจำหน่ายในโรงงานคือรีเลย์กระแสเกิน (ANSI 50/51) โดยฟังก์ชัน 51 ทำงานแบบหน่วงเวลาผกผันตามขนาดกระแส และ 50 ตัดทันทีเมื่อกระแสสูงถึงระดับที่ตั้งไว้ คู่กับรีเลย์กระแสเกินลงดิน (50N/51N) ซึ่งตรวจจับฟอลต์ลงดินที่กระแสต่ำกว่าฟอลต์ระหว่างเฟสมาก เส้นโค้งเวลาผกผันมาตรฐาน เช่น Standard Inverse, Very Inverse และ Extremely Inverse กำหนดไว้ใน IEC 60255 ส่วนรหัสเลขฟังก์ชันอุปกรณ์อ้างอิง IEEE C37.2

แนวทางการทำการศึกษาการประสานงานในระบบไฟฟ้าอุตสาหกรรมและอาคารพาณิชย์มีคู่มืออ้างอิงสำคัญคือชุดเอกสาร IEEE 242 (Buff Book) ซึ่งอธิบายหลักการเลือกช่วงเวลาประสาน (coordination time interval) ระหว่างอุปกรณ์ป้องกันสองชั้นที่อยู่ติดกัน โดยต้องเผื่อเวลาการทำงานของเบรกเกอร์ ความคลาดเคลื่อนของรีเลย์ และค่าเผื่อความปลอดภัยรวมกัน นอกจากนี้การตั้งค่ายังต้องตรวจสอบกับเส้นโค้งความเสียหายของหม้อแปลงและสายเคเบิล เพื่อให้อุปกรณ์ถูกป้องกันจริง ไม่ใช่เพียงประสานกันได้เท่านั้น

  • 50/51 — กระแสเกินแบบตัดทันทีและหน่วงเวลาผกผัน
  • 50N/51N — ตรวจจับฟอลต์ลงดินกระแสต่ำ
  • IEC 60255 — นิยามเส้นโค้งเวลาผกผันมาตรฐาน
  • IEEE 242 (Buff Book) — คู่มือการประสานงานระบบอุตสาหกรรม
  • ตรวจการตั้งค่ากับเส้นโค้งความเสียหายของหม้อแปลงและสายเสมอ

3. ขั้นตอนการทำการศึกษาการประสานงานอย่างเป็นระบบ

การศึกษาเริ่มจากรวบรวมข้อมูลระบบให้ครบและเป็นปัจจุบัน ได้แก่ แผนภาพเส้นเดียว (single line diagram) พิกัดหม้อแปลงและค่าอิมพีแดนซ์ ข้อมูลสายเคเบิล อัตราส่วน CT รุ่นและช่วงการตั้งค่าของรีเลย์ทุกตัว และค่ากระแสลัดวงจร ณ จุดรับไฟจากการไฟฟ้า จากนั้นคำนวณกระแสลัดวงจรที่บัสทุกระดับทั้งค่าสูงสุดและต่ำสุด เพราะการตั้งค่าต้องทำงานได้แน่นอนที่ฟอลต์กระแสต่ำสุด และต้องทนไม่ทำงานผิดพลาดที่กระแสโหลดสูงสุดรวมกระแสพุ่งเข้าชั่วขณะของหม้อแปลงและมอเตอร์

ขั้นต่อมาคือเขียนเส้นโค้งเวลา–กระแส (TCC curve) ของอุปกรณ์ทุกชั้นลงบนกราฟเดียวกัน ปรับค่ากระแสเริ่มทำงาน ตัวคูณเวลา และชนิดเส้นโค้ง ให้แต่ละชั้นห่างกันตามช่วงเวลาประสานที่เหมาะสมตลอดช่วงกระแสฟอลต์ที่เป็นไปได้ แล้วจัดทำตารางตั้งค่าฉบับอนุมัติ นำไปตั้งค่าจริงที่หน้างานพร้อมทดสอบรีเลย์ด้วยชุดจ่ายกระแสทุติยภูมิ (secondary injection) เพื่อพิสูจน์ว่ารีเลย์ทำงานตามเส้นโค้งที่ออกแบบ และปิดงานด้วยการเก็บเอกสารทั้งหมดไว้เป็นฐานข้อมูลสำหรับการทบทวนครั้งถัดไป

4. ปัญหาที่พบบ่อยและแนวทางดูแลระยะยาว

ปัญหาคลาสสิกคือการตั้งค่ารีเลย์ตาม "ค่าที่เคยใช้กันมา" โดยไม่มีการคำนวณรองรับ การตั้งค่ากระแสเริ่มทำงานสูงเกินไปจนไม่ครอบคลุมฟอลต์ปลายสาย การลืมพิจารณากระแสพุ่งเข้าของหม้อแปลงจนเบรกเกอร์ปลดทุกครั้งที่จ่ายไฟเข้า และการเปลี่ยนรีเลย์รุ่นใหม่แต่คัดลอกค่าจากรุ่นเก่าโดยไม่ตรวจว่าชนิดเส้นโค้งตรงกันจริง นอกจากนี้ระบบที่มีเครื่องกำเนิดไฟฟ้าหรือโซลาร์เชื่อมขนาน ค่ากระแสฟอลต์จะเปลี่ยนไปตามโหมดการเดินเครื่อง ซึ่งการศึกษาเดิมอาจไม่ครอบคลุม

แนวทางดูแลระยะยาวคือกำหนดให้ทบทวนการศึกษาทุกครั้งที่มีการเปลี่ยนแปลงระบบอย่างมีนัยสำคัญ และอย่างช้าตามรอบที่นโยบายบำรุงรักษากำหนด ทดสอบรีเลย์ด้วย secondary injection ตามวาระเพื่อจับความเสื่อมของอุปกรณ์ ควบคุมเอกสารตั้งค่าให้มีฉบับอนุมัติฉบับเดียวและห้ามแก้ค่าหน้างานโดยไม่ผ่านการทบทวนทางวิศวกรรม รวมทั้งวิเคราะห์เหตุการณ์ทุกครั้งที่มีการปลดวงจร ว่าลำดับการทำงานเป็นไปตามออกแบบหรือไม่ เพราะทุกเหตุการณ์จริงคือบททดสอบคุณภาพของการประสานงานที่ดีที่สุด

  • ห้ามตั้งค่ารีเลย์ตามความเคยชินโดยไม่มีการคำนวณ
  • พิจารณากระแสพุ่งเข้าของหม้อแปลงและมอเตอร์เสมอ
  • ทบทวนการศึกษาเมื่อระบบเปลี่ยนหรือมีแหล่งจ่ายขนานเพิ่ม
  • วิเคราะห์ลำดับการทำงานทุกครั้งที่เกิดเหตุปลดวงจรจริง

ต้องการคำปรึกษาทางวิศวกรรมเกี่ยวกับ High Voltage?

ทีมวิศวกร WIN TECH SERVICE ยินดีให้บริการสำรวจหน้างาน ตรวจสอบระบบไฟฟ้า และจัดทำรายงานรับรองตามกฎหมายอย่างถูกต้อง

💬 ทักแชตปรึกษาวิศวกรบน Facebook📄 ดาวน์โหลด Company Profile (PDF)
RECOMMENDED READING

บทความวิศวกรรมที่เกี่ยวข้อง

ดูทั้งหมด →
ภาพจำลองตัวอย่างเพื่อประกอบการอธิบาย: การบำรุงรักษาและการตรวจวัดคุณภาพแก๊ส SF6 ในตู้สวิตช์เกียร์ GIS แรงสูง
High Voltage
GAS: SF6 0.74MPa
📷 ภาพจำลองตัวอย่างเพื่อประกอบการอธิบาย#sf6-gas-
High Voltage

การบำรุงรักษาและการตรวจวัดคุณภาพแก๊ส SF6 ในตู้สวิตช์เกียร์ GIS แรงสูง

การตรวจวัดความบริสุทธิ์ของแก๊ส SF6 ความชื้นสะสม และการรั่วซึมในระบบ GIS (Gas Insulated Switchgear) แรงสูง

ภาพจำลองตัวอย่างเพื่อประกอบการอธิบาย: การตรวจสอบและทดสอบ Vacuum Circuit Breaker (VCB) ในตู้สวิตช์เกียร์แรงสูง
High Voltage
SWITCH: VCB 24kV 25kA
📷 ภาพจำลองตัวอย่างเพื่อประกอบการอธิบาย#vacuum-c
High Voltage

การตรวจสอบและทดสอบ Vacuum Circuit Breaker (VCB) ในตู้สวิตช์เกียร์แรงสูง

การวัดค่าความต้านทานหน้าสัมผัส (Micro-ohm) เวลาในการตัดวงจร และการทดสอบแรงดันดันดิสชาร์จในขวดสูญญากาศ VCB

ภาพจำลองตัวอย่างเพื่อประกอบการอธิบาย: การทดสอบสายไฟแรงสูงด้วยแรงดันความถี่ต่ำ Very Low Frequency (VLF Hipot) & Partial Discharge
High Voltage
VLF: 0.1Hz 25kV
📷 ภาพจำลองตัวอย่างเพื่อประกอบการอธิบาย#high-vol
High Voltage

การทดสอบสายไฟแรงสูงด้วยแรงดันความถี่ต่ำ Very Low Frequency (VLF Hipot) & Partial Discharge

ทำไมการทดสอบสายไฟแรงสูง XLPE ด้วย VLF (0.1Hz) จึงไม่ทำลายโครงสร้างฉนวนสายและให้ผลแม่นยำกว่า DC Hipot

ON-SITE CASE STUDIES

ผลงานอุตสาหกรรมหน้างานจริงที่เกี่ยวข้อง

GPSC Map Ta Phut 200 MVA Transformer Repair
บริษัท โกลบอล เพาเวอร์ ซินเนอร์ยี่ จำกัด (มหาชน) สาขามาบตาพุด จ.ระยอง · จังหวัดระยอง ประเทศไทย

ซ่อมแซมหม้อแปลงไฟฟ้าขนาด 200 MVA สำหรับ GPSC มาบตาพุด

ดูภาพหน้างานและ Scope →
PTT GC 2 Map Ta Phut 25/31.5 MVA Transformer Repair
บริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน) · จังหวัดระยอง ประเทศไทย

ซ่อมแซมหม้อแปลงไฟฟ้า 25/31.5 MVA สำหรับ PTT GC 2 มาบตาพุด

ดูภาพหน้างานและ Scope →
📋ขอใบเสนอราคา / สำรวจหน้างาน💬แชท Facebook Page