การซ่อมบำรุงและทดสอบชุดทริปไมโครโปรเซสเซอร์ของ Air Circuit Breaker (ACB)
Air Circuit Breaker (ACB) Contact Overhaul & Microprocessor Trip Unit Testing
📌 สรุปสาระสำคัญ (Executive Summary)
การใช้เครื่อง Secondary Injection Test Set ทดสอบฟังก์ชันทริป LSIG ของเมนเบรกเกอร์ ACB พร้อมการเจียระไนหน้าสัมผัสทองแดง
1. บทบาทของ ACB และเหตุผลที่ต้อง Overhaul
Air Circuit Breaker (ACB) คือเบรกเกอร์เมนของตู้ MDB ที่ทำหน้าที่ตัดกระแสลัดวงจรขนาดใหญ่ระดับหลายหมื่นแอมแปร์ โดยดับอาร์คในอากาศผ่านชุด Arc Chute กลไกภายในประกอบด้วยสปริงสะสมพลังงาน ชุดหน้าสัมผัสหลัก (Main Contact) หน้าสัมผัสอาร์ค (Arcing Contact) และชุดทริปอิเล็กทรอนิกส์ เนื่องจาก ACB เป็นด่านป้องกันสุดท้ายของระบบแรงต่ำทั้งหมด หากกลไกฝืดหรือหน้าสัมผัสเสื่อมสภาพจนทำงานช้าหรือไม่ทำงาน ความเสียหายจะลุกลามทั้งระบบ
การใช้งานต่อเนื่องหลายปีทำให้จาระบีในกลไกแห้งแข็ง สปริงล้า และหน้าสัมผัสสึกกร่อนจากการตัดกระแสสะสม ผู้ผลิตส่วนใหญ่จึงแนะนำให้ทำการบำรุงรักษาเชิงลึก (Overhaul) ตามรอบเวลาหรือจำนวนครั้งการปลดสับที่กำหนดในคู่มือ ซึ่งครอบคลุมการถอดทำความสะอาด อัดจาระบีชนิดที่ผู้ผลิตระบุ ตรวจวัดค่าความต้านทานหน้าสัมผัส และทดสอบชุดทริปให้ทำงานตรงตามเส้นโค้งการป้องกันที่ตั้งไว้
2. การตรวจสภาพหน้าสัมผัสและกลไกตามเกณฑ์ผู้ผลิต
หัวใจของการ Overhaul คือการประเมินสภาพหน้าสัมผัส โดยหน้าสัมผัสอาร์คซึ่งออกแบบมาให้รับประกายไฟก่อนและปล่อยทีหลังจะสึกเร็วกว่าหน้าสัมผัสหลัก ช่างต้องวัดความหนาที่เหลือเทียบกับเกณฑ์ขั้นต่ำของผู้ผลิต ตรวจรอยไหม้ละลายบนผิวโลหะผสมเงิน และวัดค่าความต้านทานหน้าสัมผัสด้วยเครื่อง Micro-ohmmeter แบบจ่ายกระแสตรงอย่างน้อย 100 แอมแปร์ (DLRO) ค่าที่วัดได้ของแต่ละเฟสควรใกล้เคียงกันและไม่เกินเกณฑ์ในคู่มือ หากเฟสใดสูงผิดปกติแสดงถึงแรงกดหน้าสัมผัสไม่พอหรือผิวสัมผัสเสื่อม
ด้านกลไก ต้องตรวจการเคลื่อนที่ของชุดสปริง Charging ให้สับ-ปลดได้ครบถ้วนทั้งโหมดมือหมุนและมอเตอร์ ทดสอบปุ่ม Trip ฉุกเฉินและคอยล์ปลดวงจร (Shunt Trip / Undervoltage Release) วัดเวลาเปิด-ปิดหน้าสัมผัสหากมีเครื่องมือวัด Timing และตรวจสภาพ Arc Chute ว่าแผ่นดับอาร์คไม่แตกหักหรืออุดตันด้วยเขม่า สุดท้ายคือการขันทวนแรงบิด (Torque) จุดต่อสายและจุดยึดบัสบาร์ตามค่าที่ผู้ผลิตกำหนด
- วัดความต้านทานหน้าสัมผัสด้วย DLRO และเทียบสามเฟสให้สมดุล
- ตรวจความหนาหน้าสัมผัสอาร์คเทียบเกณฑ์ขั้นต่ำของผู้ผลิต
- ทดสอบคอยล์ Shunt Trip และ Undervoltage Release ทุกตัว
- ทำความสะอาดและตรวจแผ่นดับอาร์คใน Arc Chute
- อัดจาระบีชนิดที่ผู้ผลิตระบุเฉพาะจุดที่กำหนดเท่านั้น
3. การทดสอบชุดทริป LSIG ด้วย Secondary Injection
ชุดทริปไมโครโปรเซสเซอร์ของ ACB สมัยใหม่ให้การป้องกันสี่ฟังก์ชันหลักที่เรียกรวมว่า LSIG ได้แก่ Long Time (L) ป้องกันโหลดเกินตามเส้นโค้งเวลาผกผัน Short Time (S) ป้องกันลัดวงจรแบบหน่วงเวลาเพื่อจัดลำดับการทำงานกับเบรกเกอร์ปลายทาง Instantaneous (I) ตัดทันทีเมื่อกระแสสูงถึงพิกัด และ Ground Fault (G) ตรวจจับกระแสรั่วลงดิน การทดสอบด้วยเครื่อง Secondary Injection Test Set คือการจ่ายสัญญาณจำลองเข้าขั้วทดสอบของชุดทริปโดยตรง เพื่อพิสูจน์ว่าอิเล็กทรอนิกส์ประมวลผลและสั่งปลดวงจรตรงตามค่าที่ตั้งไว้
ขั้นตอนปฏิบัติเริ่มจากบันทึกค่าการตั้งค่าปัจจุบันทั้งหมด (Ir, tr, Isd, tsd, Ii, Ig, tg) เชื่อมต่อชุดทดสอบผ่านพอร์ตทดสอบของชุดทริป แล้วจ่ายสัญญาณทีละฟังก์ชันที่ระดับกระแสหลายจุด เช่น จ่ายที่ 1.5 และ 3 เท่าของ Ir เพื่อตรวจเวลาทริปเทียบเส้นโค้ง จากนั้นเทียบผลกับตารางค่าคลาดเคลื่อนที่ยอมรับได้ของผู้ผลิต หากมีเครื่องมือ Primary Injection ควรทดสอบยืนยันเส้นทางกระแสจริงผ่านหม้อแปลงกระแสภายในอย่างน้อยหนึ่งเฟสเพิ่มเติม เพราะ Secondary Injection ไม่ครอบคลุมความผิดปกติของ CT และวงจรวัด
4. ข้อบกพร่องที่พบบ่อยจากงานภาคสนาม
ข้อบกพร่องที่พบบ่อยได้แก่ จาระบีเดิมแห้งแข็งจนกลไกปลดวงจรทำงานช้ากว่าเกณฑ์ ค่าความต้านทานหน้าสัมผัสเฟสใดเฟสหนึ่งสูงผิดปกติจากสปริงกดหน้าสัมผัสล้า คอยล์ Undervoltage Release ไหม้เพราะแรงดันควบคุมตกต่อเนื่อง และการตั้งค่า Ground Fault ไว้สูงหรือปิดใช้งานโดยไม่มีการทบทวนการประสานการป้องกัน (Coordination Study) นอกจากนี้ยังพบการใช้จาระบีผิดชนิดซึ่งทำปฏิกิริยากับจาระบีเดิมจนจับตัวเป็นก้อนเหนียว
แนวทางป้องกันคือกำหนดรอบ Overhaul ตามคู่มือผู้ผลิตอย่างเคร่งครัด บันทึกผลการวัดทุกครั้งลงทะเบียนประวัติเครื่องเพื่อดูแนวโน้มการเสื่อม (Trend Analysis) ทดสอบปลดสับเบรกเกอร์ที่จ่ายโหลดตลอดเวลาอย่างน้อยปีละครั้งเพื่อไม่ให้กลไกยึดติด และทุกครั้งที่มีการเปลี่ยนแปลงโหลดหรือเพิ่มเบรกเกอร์ปลายทาง ต้องทบทวนการตั้งค่า LSIG ใหม่ให้สอดคล้องกับผลการศึกษาการประสานการป้องกันฉบับล่าสุด
- ทำ Overhaul ตามรอบเวลาหรือจำนวนครั้งปลดสับที่ผู้ผลิตกำหนด
- บันทึกผลวัดทุกครั้งเพื่อวิเคราะห์แนวโน้มการเสื่อม
- ปลดสับเบรกเกอร์ที่จ่ายโหลดต่อเนื่องอย่างน้อยปีละครั้ง
- ทบทวนค่าตั้ง LSIG ทุกครั้งที่ระบบหรือโหลดเปลี่ยนแปลง
ต้องการคำปรึกษาทางวิศวกรรมเกี่ยวกับ Low Voltage & MDB?
ทีมวิศวกร WIN TECH SERVICE ยินดีให้บริการสำรวจหน้างาน ตรวจสอบระบบไฟฟ้า และจัดทำรายงานรับรองตามกฎหมายอย่างถูกต้อง






